คุณพ่อเป็นคนเช่นนี้ตลอดมา

ห่วยใยผู้อื่น แต่ไม่ใส่ใจตนเอง ท่านสนใจและเสียสละต่อกิจกรรมสวัสดิการของสังคมส่วนเรวม โดยไม่นำพอต่อตำแหน่งใดของผู้นำองค์กร เห็นใจ เข้าใจ และให้เกียรติผู้ด้วยโอกาส เพราะตัวท่านเองก็ก้าวมาจากจุดนั้นเช่นกัน จิตใจที่บริสุทธิ์ต่อชีวิตและผู้คน โดยไม่เคยใส่ใจต่อค่านิยมประจบสอพลอต่อผู้มากด้วยอำนาจลาภยศ คำสอนที่คุณพ่อพร่ำสอนลูกเสมอ ..” การประดับเกียรติเสิรม เติมค่าต่อผู้มีมาก เทียบค่ามิได้กับ การให้ผู้ขาดแคลน แม้เพียงน้อยนิด ” ( ความเดิมของสุภาษิตจีน การเป็นคนในสังคม การประดับดอกไม้เพียงบนผ้าแพรที่สวยงามอยู่แล้ว สู้มอบก้อนถ่ายให้ยามหนาวหิมะไม่ได้)

คำสอนของคุณพ่อที่มีอีก … ” ถึงเป็นคนจน แต่อย่าจนปณิธาน ” หรือ ” หากมีจิตใจมุ่งมั่น ก้อนหินก็แตกกระจายได้ ” ขอให้เป็นคนตั้งใจ จะมีความสำเร็จ ขอให้ต่อสู้ และมัธยัสถ์ จากความยากจน ย่อมจะไต่เต้าสู่ความมั่งคั่งได้

Posted in คนฮากกา | Leave a comment

ชั่วชีวิตพ่อที่ตรากตรำอยู่นาน

แม้ในวัยอายุเจ็บสิบ ยังทำงานทุกอย่างโดยไม่ยอมพักตามที่ลูกขอร้อง ยังคงแบกถังบรรจุเครือ่งเงินเก่าจากชั้นล่างไปหลอมที่ชั่นหา ถึงจะปวดเท้า ถึงจะปวดเอว ถึงจะเหนื่อยล้าจนแทบหายใจไม่ออก คุณพ่อส่ายหน้าตอบลูกด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่เป็นไร พ่อยังไหว” ตราบจนคุณพ่อป่วยมากขึ้น จนต้องนอนพักบนเตียง ยังไม่วายกำชับเรื่องงานกับลูกด้วยความห่วยใย

Posted in คนฮากกา | Leave a comment

เนื่องในวัยเด็กที่มิได้รับการศึกษาเต็มที่

คุณพ่อจึงส่งเสริมให้ลูกทุกคนได้เรียนสูงที่สุด เพื่อความรู้และเพื่อความก้าวหน้าของชีวิตในอนาคต คุณพ่อเป็นพ่อบ้านที่รักและห่วงใยลูกหลานทุกคน คุณแม่เล่าให้พวกเราฟังว่า ทุกครั้งที่ลูกเจ็บป่วยได้ไข้ คุณพ่อจะเฝ้าแอบอภาวนาอฐิษฐานของแบกรับโรคภัยแทนลูกด้วยตนเอง แต่เมื่อยามที่พ่อเจ็บป่วย แม้ลูกจะขอให้พักผ่าน แต่พ่อกลับทำตัวเองปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

Posted in คนฮากกา | Leave a comment

สมัยนั้นคนจีนส่วนใหญ่เริ่มต้นตั้งรกรายในเมืองไทย

คนอื่นเริ่มลงทุนซื้อ ตึกแถว บ้านพักตามอากาศ และคุณพ่อยังส่งเงินกลับเมืองจีนเพื่อช่วยเหลือญาติมิตร คุณพ่อได้สร้างบ้านหลังใหญ่ เพื่อระลึกถึงคุณปู่ผู้ล่วงลับ และได้ให้ญาติอาศัยอยู่ เพื่อนพ้องในเมืองไทยเคยพูดลับหลังว่าท่านเป็นคนโง่ ที่ไม่รู้จักเสพย์สุขใส่ตัว แต่การกระทำของท่านต่างได้รับคำชื่่่นชมที่ท่านห่วยใยญาติมิตรที่บ้านเกิดอย่างจริงใจ

Posted in คนฮากกา | Leave a comment

เมื่อญาติเมืองจีนมีปัญหาเดือดร้อน

คุณพ่อจะช่วยเหลือเต็มที่ เพราะไม่เคยลืมความทุกข์ยากที่ตัวเองเคยประสบกมา เมื่อครั้งประสบภัยธรรมชาติ ที่ขัดสนลำบากจนต้องกินเปลือกไม้และเคี้ยวรากหญ้า เมื่อปัจจุบันฐานะตัวเองดีขึ้น ความห่วงใยคนอื่นอยากให้ทุกคนมีความสุขเช่นเดียวกับตนเอง เงินทองที่ทำมาด้วยหยาดเหงื่อ ส่วนใหญ่จะส่งกลับบ้านที่เมืองจีน ทุกคนต่างชื่นชมความโอบอ้อมอารีย์ที่ความเสมอต้นเสมอปลายของท่าน

Posted in คนฮากกา | Leave a comment

เช้าจรดค่ำได้นอนพักเพียงคืนละไม่กี่ชั่วโมง

การค้าขายตามต่างจังหวัดในอดีต ต้องเดินทางออกจากบ้านแต่เช้า และกลับบ้านเมื่อค่ำมืด ส่วนใหญ่ไม่ทันได้กลับมากินข้าวเย็นกับครอบครัว บางมื้อต้องทนกินข้าวต้มคลุกเกลือ ชีวิตดำเนินเช่นนี้มาตลอด นับวันนับเดือนนับสิบปี ไม่เคยได้หยุดพักผ่อน และไม่เคยปริบ่นท้อถอยแม้เพียงครั้งเดียว

Posted in คนฮากกา | Leave a comment

เมื่อสงครามโลกสิ้นสุด

คุณพ่อยิ่งทำงานหนักขึ้น บ่อยครั้งที่นำสินค้าประเภทเครื่องเงินไปขายที่ต่างจังหวัด เดินทางไปกับตู้รถไฟที่เบียดเสียด แบกหีบหนักใบหนึ่งไว้ที่หลัง และหิ้วหีบอีกใบหนึ่งด้วยมือ ภายในหีกบรรจุเต็มด้วยขันเงิน เข็มขัดเงินและตะปิ้งเงิน คุณพ่อต้องหอบหิ้วสินค้าหลักหลายสิบกิโลกรัม ตระเวณขายจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่ง อดทนต่อแดดและลมฝนอย่างบากบั่น

Posted in คนฮากกา | Leave a comment

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง

ทหารญี่ปุ่นได้ยึดเมืองไทยเป็นฐาน กลุ่มประเทศพันธมิตรที้งระเบิดกรุงเทพ ผู้คนต่างพากันหลบภัยสงคราม อพยพไปอยู่ต่างจังหวัดเพื่อความปลอดภัย คุณพ่อได้จัดส่งทุกคนในครอบครัวไปอยู่ปริมณทล ส่วนตัวเองยังคงยอมเสี่ยงอยู่ในกรุงเทพ เพื่อดูแลกิจการ เป็นการเสียงชีวิตเพื่อแลกกับความอยู่รอดของการค้าโดยแท้

Posted in คนฮากกา | Leave a comment

คุณพ่อต้องต่อสู้ผจญชีวิตเพียงเมื่อย่างเข้าสู่วัยเด็กรุ่น

เดินทางจากเหมยเซี่ยนสู่เมืองซัวเถา แต้จิ๋ว ข้ามทะเลฝ่าคลื่นสมุทรมาถึงเมืองสยาม ชีวิตที่แปรผันจากเด็กเลี้ยงวัว มาเป็นเด้กรับใช้ในโรงจำนำ จากลูกจ้างหน้าร้านได้เลื่อนเป็นหลงจู๊ (ผู้จัดการ)  จากการร่วมทุนของหุ้นส่วนสามคน กลายมาเป็นเจ้าของกิจการเพียงผู้เดียวบนเส้นทางชีวิตที่คละเคล้าทุกข์สุงแฝงน้ำตาและรอยเลือด ล้วนเป็นเรื่องราวที่ฝังลึกในความทรงจำของชีวิต

Posted in คนฮากกา | Leave a comment

เมืองเหมยโจวเป็นถิ่นที่ส่งเสริมแนวคิดนิยมการศึกษา

ผู้มีฐานะดีจะส่งเสียบุตรหลายให้เรียนเต็มที่ ด้วยความที่คุณพ่อมีใจรักใฝ่เรียน สู้อุตส่าห์เก็บออมเงินที่ได้จากการรับจ้าง เพื่อขอยืนเรียนนอกชั้นจากครูเจ้าของสำนัก และใช้เวลาขณะเลี้ยงวัวฝึกหัดเขียนอักษรจีนบนพื้นดินด้วยกิ่งไม้ จนสามารถเรียนรู้ภาษานำมาใช้บันทึกบัญชีและเอกสารงานได้ดี

Posted in คนฮากกา | Leave a comment